Quantum RF ทำที่ไหนดี? รวมข้อมูลก่อนตัดสินใจทำ Quantum RF คืออะไร ราคาเท่าไหร่ ทำกี่ครั้งเห็นผล?

Quantum RF 10 คืออะไร?
Quantum RF คือนวัตกรรมกระชับผิวและสลายไขมันเฉพาะจุด โดยใช้พลังงานคลื่นวิทยุ (Radiofrequency หรือ RF) ส่งผ่านหัวปล่อยพลังงานขนาดเล็กพิเศษเข้าสู่ใต้ชั้นผิวโดยตรงอย่างแม่นยำ เพื่อจัดการปัญหาผิวหย่อนคล้อยและไขมันสะสมในชั้นลึก ช่วยฟื้นฟูโครงสร้างคอลลาเจนใต้ผิวให้แน่นกระชับ คืนความยืดหยุ่น และปรับรูปหน้าให้ได้สัดส่วนอย่างเป็นธรรมชาติ
จุดเด่นและการรักษาที่ครอบคลุม
- สลายไขมันและกระชับผิวในขั้นตอนเดียว: ส่งพลังงานความร้อนลงลึกถึงชั้นไขมันและชั้นโครงสร้างผิว ทำให้เซลล์ไขมันส่วนเกินยุบตัว พร้อมกระตุ้นการหดตัวของเส้นใยคอลลาเจนใต้ผิวหนัง
- ปรับกรอบหน้าให้คมชัด (Jawline Definition): เหมาะสำหรับการเก็บรายละเอียดบริเวณแก้มล่าง แนวกราม และลดความหย่อนคล้อยของใบหน้าส่วนล่าง
- ปรับมิติใต้คางและลำคอ (Submental & Neck Contouring): แก้ปัญหาเหนียงสะสม ใต้คางไม่กระชับ และคืนความตึงกระชับให้ผิวบริเวณลำคออย่างตรงจุด
Quantum RF10 ทำงานอย่างไร ใช้พลังงานแบบไหน?
Quantum RF10 ใช้เทคโนโลยีคลื่นวิทยุสองขั้ว (Bipolar Radiofrequency Energy) ส่งผ่านพลังงานลงลึกเข้าสู่เนื้อเยื่อใต้ชั้นผิวหนังโดยตรงอย่างแม่นยำและเฉพาะเจาะจง โดยอาศัยหลักการทำงานสำคัญ
- Bipolar RF Energy (พลังงานคลื่นวิทยุสองขั้ว): ปล่อยพลังงานไหลเวียนระหว่างขั้วของหัวอุปกรณ์ขนาดเล็กใต้ผิว ทำให้พลังงานโฟกัสอยู่เฉพาะบริเวณเนื้อเยื่อเป้าหมายโดยตรง ไม่กระจายออกนอกพื้นที่รักษา
- Subdermal Targeted Delivery (การส่งพลังงานสู่ชั้นใต้ผิว): นำส่งพลังงานความร้อนเข้าสู่ชั้นโครงสร้างผิวและชั้นไขมันโดยตรงจากภายใน จึงจัดการปัญหาความหย่อนคล้อยและไขมันสะสมได้ลึกและตรงจุดกว่าการปล่อยพลังงานจากผิวชั้นนอก
- Controlled Thermal Effect (การควบคุมอุณหภูมิความร้อนที่แม่นยำ): ควบคุมระดับความร้อนในเนื้อเยื่อเป้าหมายให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม เพื่อกระตุ้นให้เส้นใยคอลลาเจนเดิมหดตัว สลายเซลล์ไขมันส่วนเกิน และเร่งการสร้างคอลลาเจนใหม่ โดยคงความปลอดภัยและไม่ทำลายเนื้อเยื่อข้างเคียง
Quantum RF10 ลงลึกถึงชั้นผิวไหน?
ทำงานภายในชั้นใต้ผิว หรือ Subcutaneous Layer และส่งพลังงาน Bipolar RF ไปยังเนื้อเยื่อเป้าหมายอย่างควบคุม เพื่อช่วยให้เนื้อเยื่อเกิดการหดกระชับ พร้อมลดผลกระทบต่อผิวชั้นบน
Quantum RF10 ทำส่วนไหนได้บ้าง?
- แก้มที่หย่อนคล้อย (Lower Cheeks & Jowls): ลดความหย่อนคล้อยของเนื้อแก้มและช่วงกระเปาะแก้ม ให้ผิวกลับมาตึงกระชับ
- กรอบหน้าและแนวกราม (Jawline & Mandibular Contour): เก็บรายละเอียดแนวกรามให้คมชัด ปรับโครงสร้างใบหน้าส่วนล่างให้ได้รูป
- ใต้คางและไขมันสะสม (Submental Fat / Double Chin): สลายไขมันสะสมใต้คางและลดเลือนปัญหาเหนียง เพื่อมิติใต้คางที่กระชับ

Quantum RF10 แก้ปัญหาอะไรได้บ้าง?
- ผิวหย่อนคล้อย ไม่กระชับ: ฟื้นฟูความหนาแน่นของชั้นโครงสร้างผิวใต้ชั้นหนังแท้ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ เพื่อคืนความตึงกระชับ
- กรอบหน้าและแนวกรามไม่คมชัด: ปรับมิติของโครงสร้างใบหน้าส่วนล่าง ลดความเบลอของแนวกราม ให้แนวกรอบหน้าชัดเจนขึ้น
- กระเปาะแก้มหย่อนคล้อย: ยกกระชับเนื้อเยื่อแก้มล่างที่เริ่มคล้อยตัวลงตามแรงโน้มถ่วง พร้อมจัดระเบียบชั้นไขมันส่วนเกิน
- ไขมันสะสมและผิวหย่อนคล้อยใต้คาง: สลายเซลล์ไขมันสะสมบริเวณเหนียง พร้อมกระชับผิวใต้คางให้แนบเรียบได้รูป
- ผิวบริเวณลำคอส่วนบนเริ่มหย่อน: ดูแลความหย่อนคล้อยระยะเริ่มต้นบริเวณรอยต่อใต้คางและลำคอ ให้ผิวเรียบเนียนตึงกระชับต่อเนื่องกับแนวกราม
Quantum RF10 กี่ครั้งถึงเห็นผล?
ระยะเวลาการเห็นผลและการวางแผนการรักษาด้วย Quantum RF10
โดยทั่วไปการรักษาด้วย Quantum RF10 วางแผนการทำเพียง 1 ครั้ง โดยมีกระบวนการฟื้นฟูและการเปลี่ยนแปลงของผลลัพธ์ตามลำดับ
- การดูแลและการฟื้นตัวเบื้องต้น: หลังทำอาจมีอาการบวมหรือตึงใต้ชั้นผิวเล็กน้อย ซึ่งเป็นกระบวนการตอบสนองตามธรรมชาติของเนื้อเยื่อ และจะค่อย ๆ ยุบลงตามลำดับ
- ระยะเริ่มสังเกตผลลัพธ์ (1–3 เดือน): เมื่ออาการบวมยุบตัวลงอย่างสมบูรณ์ เซลล์ไขมันส่วนเกินที่ถูกทำลายจะเริ่มถูกกำจัดออกจากร่างกาย พร้อมกับเส้นใยคอลลาเจนเดิมเกิดการหดตัวกระชับ ทำให้เริ่มเห็นแนวกรามและใต้คางที่ได้รูปชัดเจนขึ้น
- ระยะผลลัพธ์เต็มที่ (3–6 เดือน): เป็นช่วงที่กระบวนการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ใต้ชั้นผิว (Neocollagenesis) ทำงานได้อย่างสมบูรณ์ ผิวบริเวณที่รักษาจะแน่นกระชับ เรียบเนียน และเห็นมิติกรอบหน้าที่คมชัดอย่างเต็มประสิทธิภาพ
คำแนะนำทางการแพทย์: แพทย์จะนัดหมายเพื่อติดตามประเมินผลการฟื้นตัวของเนื้อเยื่อ (Follow-up) เป็นระยะ เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ตรงตามแผนการรักษาเฉพาะบุคคล
Quantum RF10 ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน?
โดยประมาณ 2–3 ปี ผลลัพธ์จะค่อย ๆ ชัดขึ้นในช่วง 3–6 เดือน และระยะเวลาการคงอยู่จะแตกต่างกันตามคุณภาพผิว อายุ พฤติกรรมการใช้ชีวิต และการเปลี่ยนแปลงของน้ำหนัก
ระยะเวลาการคงอยู่ของผลลัพธ์หลังทำ Quantum RF10
โดยเฉลี่ยผลลัพธ์สามารถคงอยู่ได้นานประมาณ 2–3 ปี โดยจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนที่สุดในช่วง 3–6 เดือน หลังกระบวนการสร้างและจัดเรียงตัวของเส้นใยคอลลาเจนใหม่สมบูรณ์เต็มที่
ขั้นตอนการทำ Quantum RF10
ขั้นตอนการรักษาด้วยโปรแกรม Quantum RF10
- การตรวจประเมินโครงสร้างใบหน้า: แพทย์ตรวจวิเคราะห์โครงสร้างใบหน้าหรือจุดที่มีปัญหาอย่างละเอียด โดยประเมินระดับความหย่อนคล้อย ปริมาณไขมันสะสม และคุณภาพผิวเดิม เพื่อวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล
- การออกแบบการรักษา: แพทย์วาดแนวกำหนดทิศทางการส่งพลังงานตามโครงสร้างกายวิภาค เพื่อความแม่นยำและตรงจุด โดยใช้ปากกาทางการแพทย์แบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง (Single-use Marker) 1 แท่งต่อ 1 เคส ตามมาตรฐานความปลอดภัยและสุขอนามัยขั้นสูง
- การเตรียมยาชา: ทีมแพทย์เตรียมให้ยาชาเฉพาะจุดในบริเวณที่วางแผนการรักษา เพื่อให้ผู้รับบริการรู้สึกสบายและผ่อนคลายตลอดขั้นตอน
- การเปิดทางเข้าอุปกรณ์ขนาดเล็ก: แพทย์เปิดจุดทางเข้าขนาดเล็กพิเศษ ในตำแหน่งที่ซ่อนรอยแผลตามธรรมชาติ เพื่อนำส่งหัวอุปกรณ์เข้าสู่ชั้นใต้ผิวได้อย่างจำเพาะ
- การกระจายยาชาในชั้นใต้ผิว (Tumescent Infiltration): ทำการกระจายสารละลายยาชาอย่างสม่ำเสมอในชั้นใต้ผิวหนัง เพื่อช่วยเพิ่มความสบายระหว่างทำ พร้อมเตรียมสภาพเนื้อเยื่อให้พร้อมรับการส่งผ่านพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- การปรับสมดุลปริมาณไขมันส่วนเกิน (Targeted Fat Reduction): สำหรับเคสที่มีการสะสมของไขมันใต้คางหรือแก้มล่าง แพทย์อาจพิจารณาลดทอนปริมาณไขมันบางส่วนออก เพื่อปรับสรีระโครงหน้าให้พร้อมสำหรับการหดกระชับผิว
- เริ่มทำ Quantum RF10 ใต้ชั้นผิว: สอดหัวอุปกรณ์ขนาดเล็กเข้าสู่ชั้นไขมันใต้ผิว และเคลื่อนอุปกรณ์ตามแนวที่ออกแบบไว้ เพื่อส่งพลังงาน Bipolar RF เข้าไปกระตุ้นการหดตัวของเส้นใยคอลลาเจนและสลายไขมันเป้าหมายอย่างแม่นยำ
- การตรวจวัดอุณหภูมิแบบเรียลไทม์: ตรวจสอบอุณหภูมิผิวภายนอกอย่างต่อเนื่องด้วยกล้องตรวจจับความร้อน (Thermal Camera) เพื่อควบคุมระดับพลังงานความร้อนให้อยู่ในเกณฑ์ที่กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดและปลอดภัยต่อเนื้อเยื่อ
- การดูแลและปิดแผลทางเข้าอุปกรณ์: นำอุปกรณ์ออก ตรวจสอบความเรียบร้อย ดูแลปิดจุดเปิดของหัตถการตามมาตรฐานทางการแพทย์ โดยแทบไม่ทิ้งรอยแผลเป็น
- การดูแลหลังทำหัตถการ การฟื้นฟูด้วยออกซิเจนบริสุทธิ์ (HBOT): เข้ารับการบำบัดด้วยออกซิเจนความกดบรรยากาศสูง (Hyperbaric Oxygen Therapy: HBOT) เพื่อช่วยเติมออกซิเจนเข้าสู่เซลล์ ลดอาการบวมอักเสบ และเร่งกระบวนการสมานแผลให้เนื้อเยื่อฟื้นตัวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
หมายเหตุทางการแพทย์: ขั้นตอนการรักษาอาจปรับเปลี่ยนตามดุลยพินิจของแพทย์และความเหมาะสมของแต่ละบุคคล ผลลัพธ์ที่ได้ขึ้นอยู่กับสภาพผิวเดิมและการตอบสนองของแต่ละท่าน ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนเข้ารับการรักษา
รีวิว Quantum RF10

สรุป
- Quantum RF10 เจ็บไหม? มีการให้ยาชาเฉพาะบริเวณ ระหว่างทำอาจรู้สึกตึง มีแรงกด หรืออุ่นเป็นบางช่วง ระดับความรู้สึกแตกต่างกันในแต่ละบุคคล
- Quantum RF10 หลังทำเป็นอย่างไร? อาจมีอาการบวม ช้ำ ตึง ระบม ชา หรือรู้สึกแข็งใต้ผิวชั่วคราว โดยอาการจะค่อย ๆ ดีขึ้นตามกระบวนการฟื้นตัว
- Quantum RF10 พักฟื้นกี่วัน? ไม่ต้องพักฟื้นนาน หลังทำสามารถใช้ชีวิตประจำวันเบา ๆ ได้ แต่อาจมีอาการบวมและตึงเล็กน้อยในช่วงแรก โดยทั่วไปอาการจะค่อย ๆ ดีขึ้นภายในประมาณ 3–7 วัน
*อาการและระยะพักฟื้นขึ้นอยู่กับพื้นที่รักษา ระดับพลังงาน หัตถการที่ทำร่วม และการตอบสนองของแต่ละบุคคล ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
- Quantum RF10 กี่ครั้งถึงเห็นผล? โดยทั่วไปวางแผนทำ 1 ครั้ง และนัดติดตามผลตามแผนของแพทย์ อาจเริ่มสังเกตความเปลี่ยนแปลงหลังอาการบวมลดลง โดยผลลัพธ์จะค่อย ๆ ชัดขึ้นในช่วงประมาณ 1–3 เดือน และอาจพัฒนาต่อเนื่องถึงประมาณ 6 เดือน
- Quantum RF10 เริ่มเห็นผลเมื่อไร?
- ระยะแรก: หลังอาการบวมค่อย ๆ ลดลง อาจเริ่มสังเกตว่าเนื้อเยื่อดูแน่นขึ้นและแนวกรอบหน้าดูเป็นสัดส่วนขึ้น
- ระยะต่อมา: ผลลัพธ์จะค่อย ๆ ชัดขึ้นตามการฟื้นตัวและการปรับโครงสร้างของเนื้อเยื่อในช่วงหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน อาจเริ่มสังเกตความเปลี่ยนแปลงหลังอาการบวมลดลง และผลลัพธ์จะค่อย ๆ ชัดขึ้นในช่วงประมาณ 1–3 เดือน โดยเนื้อเยื่ออาจมีการเปลี่ยนแปลงต่อเนื่องถึงประมาณ 6 เดือน
- Quantum RF10 ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน? โดยประมาณ 2–3 ปี ผลลัพธ์จะค่อย ๆ ชัดขึ้นในช่วง 3–6 เดือน และระยะเวลาการคงอยู่จะแตกต่างกันตามคุณภาพผิว อายุ พฤติกรรมการใช้ชีวิต และการเปลี่ยนแปลงของน้ำหนัก
*ผลลัพธ์และระยะเวลาการคงอยู่แตกต่างกันในแต่ละบุคคล ควรประเมินและติดตามผลกับแพทย์
วิธีการดูแลหลังทำ Quantum RF10 สิ่งที่ควร/ไม่ควรทำ เพื่อให้ผลลัพธ์ดี
สิ่งที่ควรปฏิบัติหลังทำหัตถการ
- ดูแลจุดเปิดให้สะอาดและแห้งตามคำแนะนำ
- รับประทานยาและสวมผ้ารัดตามแพทย์สั่ง
- นอนยกศีรษะและหลีกเลี่ยงการนอนกดทับ
- ดื่มน้ำ พักผ่อน และทำกิจวัตรเบา ๆ
- มาตรวจติดตามผลตามนัด
สิ่งควรหลีกเลี่ยงหลังทำหัตถการ
- กด นวด หรือคลึงบริเวณที่ทำ
- ออกกำลังกายหนักและยกของหนัก
- ซาวน่า อบไอน้ำ แช่น้ำร้อน และว่ายน้ำ
- แอลกอฮอล์ บุหรี่ และผลิตภัณฑ์ที่ระคายเคือง
- เลเซอร์ นวดหน้า หรือทำหัตถการอื่นก่อนแพทย์อนุญาต
Quantum RF ราคาเท่าไหร่?
ปัญหาแก้มล่างห้อย (Jowls) และไขมันใต้คาง/เหนียง พร้อมคืนความกระชับให้แนวกรามคมชัด ด้วยนวัตกรรม Quantum RF10 ที่ช่วยยกกระชับผิวอย่างตรงจุดและเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน
ข้อเสนอสุดพิเศษ (Limited-Time Offer)
- ราคาโปรโมชั่น: เพียง 49,000 บาท (จากราคาปกติ 80,000 บาท) — ประหยัดทันที 31,000 บาท
- รับสิทธิ์ดูแลฟื้นฟูหลังทำฟรี: เลือกรับบริการ HBOT (อุโมงค์ออกซิเจนแรงดันสูง) หรือ Red Light Therapy (การบำบัดด้วยแสงสีแดง) เพื่อเร่งการฟื้นตัวของผิว
หมายเหตุ: Quantum RF10 เป็นหัตถการที่ต้องได้รับการประเมินโดยแพทย์ ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับการรักษา
ผู้เขียน : ทีมแพทย์ Identity Dermatology Center และ Identity Dermatology Hospital











